2004/Jul/11

ทุกอย่างดูเหมือนจะจบลงอย่างสวยงาม
กับการขอจับมือคืนดีจากผึ้ง

บอกตรงๆ ครั้งแรกเห็นแล้วระแวง
คนอะไรเมื่อ 5 วินาทีก่อนยังเรียกเราว่าอีดอกอยู่ทุกคำ
พอมาตอนนี้ร้องไห้ขอโทษ ขอจับมือ
บอกว่าที่ผ่านมามันก็ไม่ดีด้วยที่ฟังคนอื่นมาฝ่ายเดียวแล้วไม่เคยถามกานต์ก่อน

วันนั้นกานต์จับมือด้วยนะ ด้วยอารมณ์ที่ไม่ได้โกรธแค้นอะไรเลย
เพียงแต่อาจจะระแวงนิดๆไม่ค่อยอยากเชื่อใจ
แต่ก็ไม่ได้ติดใจกับร่องรอยต่างๆที่มันฝากไว้ตอนทะเลาะกันเมื่อตอนเย็นเลย

เจ็บกายแค่เรื่องเล็ก เวลานี้ที่ใจเจ็บยิ่งกว่านั้นเยอะ เทียบกันไม่ได้ซักนิด
กานต์เข้าใจด้วยว่า คนเวลาอารมณ์ขึ้น อะไรก็ทำได้ทั้งนั้น
แปลกตรงไหน ในเมื่อกานต์เห็นเพื่อนฆ่าคนตายด้วยอารมณ์โกรธมาแล้ว
ทั้งที่ตัวจริงเค้าไม่ได้ร้ายพอถึงขนาดจะฆ่าใครได้เลยนะ

เค้าถึงบอกกันไงอย่าถือคนโกรธ อย่าโทษคนเมา
เวลาโกรธเวลาเมา ทำได้ทุกอย่าง เพราะขาดสติยั้งคิด

 

 

พอมาเจอกระดาษโน๊ตที่ผึ้งเขียนมาเสียบให้หนังสือเรียน

" กานต์...ที่ผ่านมามีเหลายเรื่องที่เป็นเรื่องที่เราเข้าใจผิดกันเอง แต่เราไม่เคยถามกัน เลยทะเลาะกัน เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ให้ผ่านไปนะ ที่เราทำไม่ดีต่างๆนานๆ เราขอโทษนะ ตอนเราคบกัน เราก็ดีกัน น่าเสียดายเวลานั้นนะ แต่ไม่เป็นไร การให้อภัยเป็นสิ่งที่ดี ทุกเรื่องของให้จบกันแต่นี้เป็นต้นไป กานต์เป็นคนง่ายๆ เราเป็นคนเจ้าระเบียบมากไป แต่เราไม่เคยพยายามทำความเข้าใจนิสัยของแต่ละคนกัน ต่อไปเราจะไม่พูดถึงเรื่องเก่าๆอีกแล้ว เรามีอะไรที่ทำไม่ดี กานต์ก็บอกเราได้นะ เราก็จะบอกกานต์ตรงๆเช่นกัน Friendship never ends

เรื่องของน้องที่ท่าศาลาของกานต์ เราหวังดีจริงๆนะ กานต์คงเข้าใจนะเราห่วงกานต์นะ "

ตอนนั้นอ่านจบแล้วรู้สึกดีขึ้นนะ เริ่มไว้ใจขึ้น
คงกลับเป็นเหมือนเดิมละมั้ง

แต่พอได้ยินเรื่องที่คนเอาไปพูดกัน ความรู้สึกดีๆหายไปโดยสิ้นเชิง
มีแต่ความคิดที่ว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรกันแน่ ต้องการอะไรกันเนี่ย

เค้าไปบอกคนอื่นว่า แผลที่แขนกานต์เค้าไม่ได้ทำเลยนะ
แล้วคนอื่นก็พูดกันว่า กานต์ทำตัวเอง...จะบ้ามั๊ยเนี่ย คิดกันไปได้
มีคนบอกว่ากานต์เนี่ยตอแหลเนอะ
แค่เอามือจิกแขนตัวเองให้เป็นแผลแล้วก็จะมาบอกว่าผึ้งทำ

ถ้ากานต์อยากทำลายมันจริงๆ แค่กานต์เดินลงไปบอกที่ปรึกษาคำเดียวก็จบแล้ว
เกียรตินิยมมันก็ไม่ได้ วันก่อนนั่งกินข้าวกับตำรวจเพื่อนพี่หนุ่ม กานต์ก็เฉยไม่ได้พูดอะไร ทั้งทีมีโอกาสจะพูด ออกไปไหนมาไหนก็พยายามใส่แขนยาว ทั้งที่ร้อนตับจะแตก คิดว่ากานต์ทำเพื่ออะไรหรอ?

รอยแผลนี้มีไม่กี่คนที่รู้นะ เพราะหลังจากทะเลาะกัน
ก็มีน้องแอ้มเห็นเพราะแอ้มโทมาตามกานต์แล้วยืนรออยู่หน้าห้องอยู่แล้ว
แอ้มยังถามอยู่เลยว่ายอมทำไม กานต์ก็ได้แต่ยิ้ม ช่างมันเถอะ คนอารมณ์โกรธ

แล้วก็มีซิกับเอมเห็นเพราะมาหากานต์ที่หลังรวม 1 หลังจากมีเรื่อง
เพราะ 2 คนนี้ขับรถมาหน้าห้องแล้วได้ยินเสียงดังมาจากห้องเอง

ตอนทะเลาะกันก็มีเมทอยู่ในห้อง พอก้าวขาออกจากห้องก็มีแผลเลย
จะเอาเวลาที่ไหนไปทำร้ายตัวเองล่ะ?

กานต์แค่ไม่เข้าใจว่าทำไมเค้าไม่คิดว่าตัวเองพลาดตอนโมโหบ้างหรอ
ทำไมเค้ามั่นใจนักว่าไม่ได้เป็นคนทำให้กานต์มีแผล
จริงอยู่ที่เวลาทะเลาะกันมีเมทเข้ามาห้าม แต่เมทคุยโทสับอยู่
กว่าจะมาถึงตัวมัน มันคว้าแขนกานต์แล้วเล็บจิกลงมาก่อนแล้ว

กานต์นึกขอบคุณเมทอยู่ตลอดเวลาเลยนะ ถ้าเมทไม่อยู่กานต์ก็ไม่รู้หรอกจะนิ่งได้นานแค่ไหน เพราะกานต์ไม่ได้อยากนิ่งนะ แต่พยายามนิ่ง กานต์ไม่เคยมีเรื่องตบตีกับผู้หญิงมาก่อน แต่มีเรื่องเตะต่อยกับผู้ชาย อย่างนั้นแล้ว กานต์จะเห็นผึ้งน่ากลัวที่ตรงไหน??

จริงๆเรื่องอย่างนี้พิสูจน์ได้ไม่ยากเลยว่าใครเป็นคนทำ
ทำไมไม่มาบอกกานต์เองน๊า ว่าที่แขนอะมันไม่ได้ทำ จะได้พิสูจน์ให้รู้ดำรู้แดงไป
ถ้ามันไม่ได้ทำจริงอย่างที่พูด กานต์ยินดีกราบตีนขอโทษ
แต่ถ้ามันใช่ กานต์จะเอาเรื่องถึงที่สุดเหมือนกันนะ

กานต์ถ้านิ่งก็นิ่งเลย แต่ถ้าขึ้นเมื่อไหร่ ไม่ลงง่ายๆ ไม่ใครก็ใครต้องดับกันไปข้างล่ะ

บางครั้งก็นึกโกรธตัวเองอยู่บ่อยๆ
ทำไมเวลามีคนถามว่าโดนอะไรมา ทำไมนะทำไม เราไม่พูดไปเลย
ทำไมต้องเซฟให้มันด้วย ทั้งที่รอยแผลแบบนี้ปฏิเสธไม่ได้เลย

อย่างวันก่อนบังเอิญไปเจอพี่ใต้กับพี่แหลมตอนบ่าย 
โดนเค้นซะเกือบตาย ถามกันแต่ว่า
น้องกานต์ไปทำอะไรมา...มีเรื่องกับใคร...แผลอย่างนี้ไม่เกิดขึ้นเองนะ
ผ่านสมรภูมิที่ไหนมาหรอ...โดนเมื่อไหร่
กานต์ได้แต่ยืนหัวเราะเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทั้งที่มองหน้าก็รู้พวกพี่ไม่เชื่อกานต์ซักนิด กานต์กลายเป็นเด็กโกหกอีกแล้วใช่มั๊ย

หากว่ากานต์ทำร้ายตัวเองจริง กานต์ก็สมควรที่จะเอาไปพูดให้ทั่วๆเลยสิ
ว่าแผลเนี้ยมีคนทำ จะได้คุ้มค่ากับการลงทุนให้ตัวเองเจ็บหน่อย
ไม่เข้าใจเลยคิดกันไปได้ไงเนี่ย หนำซ้ำยังมีคนบ้าเชื่อกันไปอีกนะ

ช่างมันเถอะ เจ็บกายไม่นานก็หาย
จะได้รู้เหมือนกันว่าใครคิดอะไรยังไง ใครบ้าไปเชื่อมั่ง
ถือว่าคุ้มดีนะ ที่ได้เห็นตัวตนของแต่ละคน

2004/Jul/04

เมื่อวานใกล้ถึงเวลากินข้าว
ซิก็โทมาถามว่า

จะออกไปกินข้าวด้วยกันมั๊ย
พี่นนนี่มา พี่เค้าจะไปด้วย

ด้วยความเกรงใจกำลังจะถามเลยว่า
ถ้ากานต์ไปพี่นนจะอึดอัดมั๊ยอะ

แต่ซิพูดขึ้นมาซะก่อน
" ไปสิ ถ้าแกไม่ไปกับชั้นแล้วแกจะไปกับใคร "

^^ ค่อยรู้สึกดีขึ้นหน่อย
มันหายบ้ากลับเป็นเหมือนเดิมแล้ว

พอเจอพี่นน พี่นนชมกานต์ด้วย
กรี๊ดๆๆๆๆ แอบดีจัย

จะไม่ดีใจได้ไงปกติผู้หญิงชมก็ดีใจจะตายแล้ว
แต่นี่กะเทยชม ไม่ใช่หาได้ง่ายๆ

 

 

2004/Jul/03

เมื่อคืนซิเอ่ยขึ้นมาคำนึง

" เราแยกกันอยู่ซักพักนึงดีมั๊ยกานต์ เผื่ออะไรๆมันจะดีขึ้น
  ต่างคนต่างอยู่ไปเลยซักพักนึง เราอยู่คนเดียวได้อยู่แล้ว "

งง...ซิมันจะเพี้ยนตามผึ้งไปแล้วรึไง

เราไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน ทำไมเราต้องทำตัวเองเดือดร้อนเพื่อคนอื่นด้วย

มันก็เลยให้เหตุผลว่า ไม่อยากให้กานต์ลำบากใจ เผื่อเวลาผึ้งมา
เพราะมันเป็นคนกลางมันก็ลำบากใจ บางทีไปกินข้าวกับกานต์ผึ้งก็ค้อนมัน

ทำไมฟังไม่ขึ้นเลยนะ แล้วยังไงล่ะ
มันไม่มากินข้าวด้วยเองนี่ เราก็ทำทุกอย่างเหมือนเดิม ไม่ได้บอกมันว่าอย่ามานะ
มันอยากบ้าก็ปล่อยมันบ้าไปคนเดียว จะบ้ากับมันเพื่ออะไรเนี่ย

ที่ผ่านมาซิคิดว่าเรานิ่ง เราเงียบเพื่อใครล่ะ ไม่ใช่เพราะแกหรอ
ตลอดเวลาเราไม่อยากให้เพื่อนลำบากใจไปกับเราด้วย
เราก็ไม่รู้หรอกว่าจะทำยังไงให้ดีกว่าการนิ่งเงียบ

มีใครรู้บ้างว่ากานต์ต้องทนแค่ไหน
ไม่เคยคิดเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองจะทนได้ แต่มันก็ทนมาเรื่อยๆ แล้วก็จะทนต่อไป

ซิให้เหตุผลว่า เผื่อกานต์อยากจะอยู่กับน้องแอ้ม

น้องแอ้มไม่เกี่ยวเรื่องนี้เลยนะ ถ้าอย่างนั้นกานต์จะพูดกับซิทำไม
ว่าไม่ว่าเราจะไปไหนกับใครเราก็ต้องกลับมากินข้าวเป็นเพื่อนแกอยู่แล้ว

ไม่ว่าจะพูดด้วยเหตุผลอะไร ก็ฟังไม่ขึ้นเลยสักนิด
กานต์รักซินะ แต่คำพูดบางทีมันก็สื่อได้ถึงสิ่งที่คิดอยู่ข้างใน
ผิดหวังจริงๆ ไม่คิดว่าจะออกมาจากปากแกได้